เทคนิคต่างๆในการพิมพ์


 ระบบการพิมพ์ที่นิยมใช้ในโรงพิมพ์ 

ระบบพิมพ์ ออฟเซ็ท

1. ระบบออฟเซ็ต   เป็นระบบที่นิยมใช้กันมากที่สุด เพราะ พิมพ์ได้สวยงาม พิมพ์สี่สีก็สวย เหมาะสำหรับงานที่ยอดพิมพ์สูงๆ

ควรจะหลายพันหรือเป็นหมื่นขึ้นไปจึงจะคุ้ม เพราะแม่พิมพ์มีราคาแพง  สมุดหนังสือ ใบปลิว โปสเตอร์ ใบเสร็จ

 

ระบบการพิมพ์ ดิจิตอล

2.ระบบ DIGITAL เป็นการสั่งงานพิมพ์จากคอมพิวเตอร์ไปยังเครื่องพิมพ์ได้โดยตรง ทำให้ลดเวลาการทำงาน งานพิมพ์ 4 สี

มีความเที่ยงตรงเนื่องจากควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์

 

3.ระบบซิลค์สกรีน  การพิมพ์ซิลค์สกรีนพิมพ์ภาพได้ไม่ค่อยดี เหมาะกับงานลายเส้น นิยมใช้พิมพ์นามบัตรคะ เพราะนามบัตรยอดพิมพ์น้อย

 

4.การพิมพ์โรเนียวแบบดิจิตอล  คล้ายๆเครื่องถ่ายเอกสาร แต่ใช้หลักการเหมือนการโรเนียว ช่วยให้พิมพ์ภาพได้ดีขึ้น ความคมชัดดีขึ้น

แม้จะสู้ระบบออฟเซ็ตไม่ได้ แต่ข้อดีคือ ต้นทุนตํ่า พิมพ์ไม่กี่สิบใบก็พิมพ์ได้ ไปจนถึงร้อย หรือพันใบก็ยังไหว เหมาะกับพวกใบปลิว

การ์ดเชิญง่ายๆ ฎีกาผ้าป่า

 

 

เทคนิคพิเศษต่างๆในการพิมพ์จะทำให้งานมีความน่าสนใจ และดึงดูดผู้ชมได้มากขึ้น

นิยมใช้กับสื่อการขายที่เป็นหน้าเป็นตาของบริษัท เช่น แคตตาล๊อก แฟ้ม กล่อง การ์ด ฯลฯ

 

 

 การเคลือบ 

เคลือบ UV          เป็นการเคลือบเงาขึ้นกันน้ำได้เล็กน้อย และคงทนขึ้น

SPOT UV           เคลือบเงาเฉพาะจุดที่ต้องการให้เด่น

PVCใส               เคลือบเงาที่กันน้ำได้มาก และทนต่อการฉีกขาด

PVCด้าน             เคลือบด้านที่กันน้ำได้มาก และทนต่อการฉีกขาด

เคลือบกากเพชร     เป็นการเคลือบกากเพชรเฉพาะจุด

เคลือบพ่นทราย      เคลือบเฉพาะที่เพื่อให้มีผิวกระดาษขรุขระ

 

 

 การปั๊ม จะมีปั๊มสีเงิน/ทอง 

ปั๊มนูน/ยุบ

ปั๊มไดคัท คือเจาะกระดาษเป็นรูปทรงต่างๆ

ปั๊มฟอยล์สีต่างๆ

 

 

 โรงพิมพ์ มีศัพท์ ที่ใช้บ่อยๆ เช่น 

 

เพลท หรือ แม่พิมพ์ ในระบบพิมพ์ออฟเซ็ต มีลักษณะเป็นแผ่นอลูมิเนียมบางๆ เคลือบด้วยสารเคมี

ต้นทุนในการทำแม่พิมพ์เป็นต้นทุนคงที่ เช่น แม่พิมพ์ 4 สี สมมติว่าต้นทุน 5,000 บาท ถ้าคุณพิมพ์

โปสเตอร์ 1 ใบก็ต้องเสียค่าแม่พิมพ์ 5,000 บาท แต่ถ้าพิมพ์ 1,000 ใบค่าแม่พิมพ์เฉลี่ยแล้วเหลือ

ใบละ 5 บาท ดังนั้นถ้าพิมพ์ยอดน้อยๆก็ต้องทำใจว่า ต้นทุนต่อหน่วยค่อนข้างจะสูง

 

ใบ/ชุด คือเวลาพิมพ์ใบกำกับภาษี 1 เล่มจะมี 50 ชุด แต่ละชุดจะมีสำเนา ถ้าบอกว่าใบกำกับ 4 ใบ/ชุด

หมายถึงใบกำกับแต่ละชุด (แต่ละเลขที่) จะมี สำเนา 3 ใบรวมต้นฉบับเป็น 4

 
เจียน= คือเวลาพิมพ์งาน โรงพิมพ์จะพิมพ์กระดาษ ใหญ่กว่างานจริง สัก 1 เซนต์ เมื่อพิมพ์งานเสร็จแล้ว

จะเจียน(ตัด) ให้ตรงกับขนาดที่ลูกค้าต้องการ

 

ไดคัท คือการตัดขอบกระดาษแต่ไม่เหมือนกับการเจียน การเจียนจะตัดเป็นเส้นตรง ส่วนไดคัท

เป็นการตัดขอบตามรูปทรงต่างๆ จะหยักจะโค้งอย่างไรก็ได้ ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าการเจียน เพราะต้องมีบล็อก

อีกความหมายหนึ่ง ในการทำ อาร์ตเวิร์ค คือการลบฉากหลังของภาพออก เช่น ถ่ายภาพสินค้าฉากหลัง

ไม่สวยงาม ลบฉากหลังออกเพื่อนำไปวางลงบนฉากหลังอื่น หรือไม่เช่นนั้นก็ปล่อยให้เป็นฉากหลังขาว

 

พิมพ์กี่สี การนับจำนวนสี นับจากสีที่พิมพ์ ไม่นับสีของกระดาษ เช่นกระดาษพื้นมีฟ้า พิมพ์สีแดง

อย่างนี้เรียกพิมพ์ 1 สี ในงานพิมพ์อาจจะมีสีแดงอ่อน นับเป็นสีเดียว เพราะเป็นการลดนํ้าหนักสี

แต่หมึกที่ใช้เป็นหมึกสี

 

แกรม คือน้ำหนักของกระดาษต่อหนึ่งตารางเมตร ถ้ากระดาษหนา 70 แกรม หมายความว่า

กระดาษขนาด 1 ตร.เมตร ชั่งได้ 70 แกรม กระดาษที่มี แกรมน้อยย่อมบางกว่ากระดาษที่มีแกรมมากกว่า

สิ่งพิมพ์ควรเลือกความหน้าของกระดาษให้เหมาะสม เช่น ถ้าพิมพ์ 2 ด้าน ถ้าเลือกกระดาษบาง

จะมองทะลุอีกด้านหนึ่ง ทำให้อ่านยาก ควรใช้กระดาษ 70-80 แกรม ส่วนหน้าปก(หนังสือ)

เป็นตัวห่อหุ้มเนือใน จึงจำเป็นต้องแข็งแรง เพื่อรักษาอายุการใช้งานของหนังสือ นอกจากนั้นความหนา

ของปกยังทำให้ หนังสือดูดี ปกจึงควรมีความหน้า ตั้งแต่ 240 แกรมขี้นไป

 

 

 ความหนาของกระดาษที่นิยมใช้ในงานต่างๆ 

 ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี ที่มีสำเนา ควร ใช้ 50-60 แกรม
กระดาษหัวจดหมาย เนื้อในของหนังสือควรใช้ 70-80 แกรม
โบรชัวร์ 4 สี 120-160 แกรม
ปกหนังสือ 240 แกรม ขี้นไป

 

 โรงพิมพ์ของเราใช้หมึกถั่วเหลืองในการพิมพ์

และมีการปรูฟสีให้ลูกค้าดู ด้วยระบบ color management

 

 

 

Visitors: 18,651